XRP รีบาวด์ฟื้นตัวบวก 1.23% เหรียญอื่น ๆ ยังติดลบ

0 Comments

สำนักงาน ก.ล.ต.เผยข้อมูลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายสัปดาห์ ( 21 มี.ค.65) เผยปัจจุบันมูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซื้อขายต่อวัน 88.54 พันล้านดอลลาร์ พบว่า XRP ดีดตัวบวกขึ้นมาอยู่ที่ 1.23% ขณะที่เหรียญอื่นยังติดลบ

วันที่ 27 มีนาคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกมีมูลค่าตาม Market cap. หรือ มูลค่าตามราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีมูลค่าการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 88.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

โดยสินทรัพย์ดิจิทัลที่มี Market Cap. สูงสุดนำโดยบิตคอยน์ (Bitcoin) 41.66% ตามด้วยอีเธอร์เรียม (Ethereum) 18.79% และธีเทอร์ (Tether) อยู่ที่ 4.34% ส่วนบีเอ็นบี (BNB) และ USD Coin มี Market Cap. อยู่ที่ 3.50% , และ 5.48% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ 21 มี.ค.65)

ในปี 2565 มูลค่าซื้อขายสะสมแยกตามประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลพบว่าค่อนข้างกระจายตัว โดยสัดส่วนการซื้อขายสูงสุดบนเว็บเทรด หรือ Exchange ของไทยสูงสุดนำโดยธีเทอร์ (Tether) 3.79 หมื่นล้านบาท ตามด้วยบิตคอยน์อยู่ที่ 3.78 หมื่นล้านบาท ส่วนเหรียญคับ (KUB) อยู่ที่ 2.80 หมื่นล้านบาท และอีเธอเรียมมีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 2.63 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้พบว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซี ยังคงติดลบต่อเนื่อง นำโดยอีเธอร์เรียมติดลบมากที่สุดอยู่ที่ -23.91% ตามด้วยเหรียญคับ (Kub) -16.90% ส่วนบิตคอยน์ (Bitcoin) -11.00% ขณะที่ XRP ดีดตัวบวกบวกขึ้นมาอยู่ที่ 1.23%

ส่วนถ่านหิน (Coal) ยังคงให้ผลต่อสูงสุดตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 89.20% ตามด้วยน้ำมัน (Oil) 35.99% และอลูมิเนียม (Aluminium) ที่ 24.31% และทองคำ 6.69% ส่วนดัชนีหุ้นไทย (SET) อยู่ที่ 0.21%

ทั้งนี้พบว่ามูลค่าซื้อขายมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือนพ.ย.64 โดยมีมูลค่าซื้อขาย (ณ 21 มี.ค.65) อยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ในช่วงต้นเดือน มี.ค. ส่วนใหญ่มาจากบุคคลธรรมดาในประเทศสูงถึง 2.7 หมื่นล้านบาท บุคคลธรรมดาต่างประเทศ 1.1 หมื่นล้านบาท และนิติบุคคลต่างประเทศ 9 พันล้านบาท

ขณะที่จำนวนบัญชีซื้อขาย (ณ 21 มี.ค.65) อยู่ที่ 2.81 แสนบัญชี ซึ่งพบว่าการซื้อขายของบุคคลธรรมดาในประเทศเดือน ก.พ.65 ลดลง 28% จากเดือนม.ค.

อย่างไรก็ดีด้านนิติบุคคลต่างประเทศยังเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อบัญชีสูงสุด (ณ 21 มี.ค.65) อยู่ที่ 338.35 ล้านบาท ทั้งนี้ในเดือนมี.ค.นิติบุคคลต่างประเทศมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่บุคคลธรรมดาต่างประเทศมียอดขายสุทธิมากสุด 9,000 ล้านบาท

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance